แต่งรถ civic

ปลดล็อคจอ all new civic fc


0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

  • Topic Author
  • *
    CSLSEO.com ให้บริการ seo รับทำ seo ติดอันดับ Google
     
    SEO สามตัวอักษรนี้ น่าจะเป็นคำที่หลายคนคุ้นเคยหรือรู้จักกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีเว็บของตัวเองหรือรับทำเว็บก็ตาม เพราะนอกจากจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้ยอดจัดจำหน่ายเพิ่มมากขึ้นได้แล้ว SEO ยังมีความสำคัญกับเว็บมากชนิดที่เรียกได้ว่า ถ้าเว็บไซต์ไหนไม่มี หรือไม่ได้ทำ SEO ไว้ เว็บนั้นอาจต้องเตรียมปิดตัวลงในอีกไม่นานก็เป็นได้
     
    SEO หรือ Search Engine Optimization คือ การปรับปรุงเว็บไซต์ (ทั้งหมด) ให้มีความเหมาะสมในการติดอันดับการค้นหาของเครื่องมือทำการค้นหายอดนิยมอย่าง Google แต่การที่จะส่งเสริมให้เว็บไซต์ของเราไต่ขึ้นไปอยู่อันดับแรกๆ ในหน้าการทำการค้นหาหน้าแรกของ Google ได้นั้น จำเป็นที่่จะอยากได้พัฒนาเว็บในหลายๆ ส่วน ไม่ว่าจะเป็น Content (เนื้อหา), ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ หรือแม้แต่โครงการของเว็บไซต์ ก็มีผลด้วยเช่นกัน
     
    ก่อนอื่นลองนึกตามนะครับว่า ถ้าสมมุติว่า คุณอยากไปเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่ และเข้าไปค้นหาข้อมูลบน Google โดยใช้คำว่า “ที่พักเชียงใหม่” ซึ่งเป็น Keyword ในการค้นหา คำตอบที่ได้กลับมาก็คือ รายชื่อของของเว็บไซต์ ที่มีความเกี่ยวข้องกับ Keyword ที่ใช้ค้นหาไป ที่นี้พอจะนึกภาพออกใช่ไหมครับว่า ถ้าเว็บของเรา ถูก Google นำไปเสนอเป็นข้อมูลในการค้นหาลำดับต้นๆ ให้กับผู้ที่ค้นหา ก็จะยิ่งทำให้เว็บของเรามีจำนวนคนเข้าชมเว็บเพิ่มมากขึ้นด้วยนั้นเอง
     
    อย่างที่ได้กล่าวไปว่า SEO สามารถช่วยเพิ่มจำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราให้มากขึ้นได้ ดังนั้นเมื่อมีคนเข้ามาบนเว็บของเรามากเท่าไร ความน่าจะเป็นที่เราจะขายของก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมมากเท่านั้น ถ้าไม่เชื่อ! ลองมองดูโลกของเรื่องจริงที่ว่า ถ้าหากเราเปิดร้านขายของในแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยม ที่มีผู้คนขวักไขว่ ร้านค้าออนไลน์ของเรา ก็จะมีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมมากแค่ไหน และโอกาสที่เราจะขายผลิตภัณฑ์ได้ก็มีมากตามไปด้วย ซึ่งโลกของอินเตอร์เน็ตก็เช่นกัน ถ้าเว็บไซต์ของเราถูกจัดอันดับให้แสดงผลอยู่ในอันดับแรกๆ ของผลการค้นหา นั้นหมายถึง “ทำเลทอง” เพราะจะมีผู้เยี่ยมชมคลิกเข้าสู่เว็บไซต์ของเรามากมาย และความน่าจะเป็นที่จะเปลี่ยนให้ผู้เข้าชมเหล่านั้นกลายเป็นลูกค้าก็มีมากตามไปด้วย
     
    เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า การทำ SEO กับเว็บไซต์ในยุคนี้ เป็นสิ่งที่สำคัญ และมีความจำเป็นเป็นอย่างมาก จนน่าจะเป็นสิ่งตัดขาดจากกันไม่ได้ซะแล้ว โดยเฉพาะคนที่ต้องการสร้างธุรกิจร้านค้าออนไลน์บนเว็บด้วยแล้ว ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับ SEO เป็นอย่างมาก เพราะสามารถทำให้ธุรกิจคุณดังและปังได้ทันทีในพริบตา
     
     
    ในเมื่อก่อนร้านค้าออนไลน์ บริษัท หรือองค์กร มีเว็บเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือเท่านั้น โดยไม่ได้คิดถึงการใช้ประโยชน์ของเว็บอย่างเต็มที่ ทำให้ไม่เกิดความคุ้มค่าในการลงทุนทำเว็บ แต่ในสมัยนี้นี้ทุกๆ คนสามารถเข้าถึงเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้อย่างแพร่หลาย ทุกที่ทุกเวลา ทำให้ร้านค้าออนไลน์ บริษัทหรือองค์กรต่างๆ เห็นคุณค่าถึงความสำคัญของการทำเว็บเพื่อเปิดแนวทาง ทางการค้ามากขึ้น จึงทำให้ยุคปัจจุบันมีเว็บเกิดขึ้นเยอะแยะ การที่ทุกๆ คนจะจดจำ URL (Uniform Resource Locator) ของแต่ละเว็บนั้น ดูจะเป็นเรื่องที่ยากซะเหลือเกิน จึงมีความจำเป็นต้องพึ่ง Search Engine เข้ามาช่วยในการสร้างความจดจำ และง่ายต่อการเข้าถึงเว็บไซต์
     
    Google Search คือ โปรแกรมที่ช่วยในการสืบค้นข้อมูลบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยผู้ใช้จะต้องกรอกคำสำคัญ (Keyword) ในการค้นหา จากนั้น Search Engine จะแสดงผลการค้นหาออกมา เป็นเว็บหลายๆ เว็บ ที่มีความเกี่ยวข้องกับ Keyword นั้น นั่นก็มีความหมายว่า เว็บไซต์ที่แสดงผลในอันดับต้นๆ ของ Search Engine ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดทั่วโลกอย่าง Google ก็จะมีคนคลิกเข้าไปดูเว็บไซต์นั้นเป็นจำนวนไม่น้อย เมื่อมีคนเข้าชมเว็บไซต์เป็นจำนวนไม่น้อย จึงทำให้เกิดประโยชน์ตามมามากมาย เช่น การขายสินค้าหรือบริการ การจำหน่ายโฆษณา การโปรโมทเว็บไซต์ไซต์ เป็นต้น ในทางกลับกัน ถ้าคุณมีเว็บ แต่เว็บของคุณไม่ได้แสดงผลอยู่ใน Search Engine แล้วล่ะก็ เว็บไซต์ของคุณก็ไม่ต่างอะไรกับเว็บร้าง ที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ เลย ด้วยเหตุผลนี้เอง เว็บต่างๆ ย่อมต้องการให้เว็บของตัวเอง ติดอยู่ในอันดับแรกๆของ Google Search จึงเป็นที่มาของการทำ SEO นั่นเอง
     
    SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization หมายถึง การจัดทำหรือพัฒนาเว็บให้แสดงผลเป็นอันดับต้นๆ ของการทำการค้นหาใน Google Search ใน Keyword ที่เหมาะสมและตรงตามจุดมุ่งหมายของเว็บไซต์ เพื่อให้อยู่ในระดับสายตา และสามารถดึงดูดความสนอกสนใจจากลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว
     
     
     
    SEO คืออะไร? ดันเว็บติดหน้าแรกกูเกิล ไม่ยากอย่างที่คิด
     
    SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization คือกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์ประเภทหนึ่งที่เน้นการปรับแต่งเว็บไซต์และเนื้อหาต่าง ๆ ให้พึงพอใจระบบผลการค้นหาของ Google หรือที่เราเรียกกันว่า Google Search (Google Search อื่นๆ นอกจาก Google เช่น Yahoo, Bing เป็นต้น)
     
    เพื่อทำให้หน้าเว็บไซต์ธุรกิจของเราติดหน้าแรกของผลการค้นหา ส่งผลทำให้เพิ่มการมองเห็นแบบ Organic Traffic (ยอดเข้าชมเว็บไซต์โดยไม่มีรายจ่าย) เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น และประโยชน์อีกเยอะแยะที่ธุรกิจคุณควรเริ่มทำ SEO ซึ่งข่าวดีของคนที่สนใจการทำ SEO คือ มันฟรี!! แต่จะต้องเข้าใจกันก่อนว่าการทำ SEO ให้ติดหน้าแรกนั้นต้องใช้เวลาระดับหนึ่ง
     
    ซึ่งบางคนอาจจะใช้เวลาถึง 6 เดือน หรือบางท่านก็ต้องใช้เวลาเป็นปี แต่การันตีว่าหากท่านได้พื้นที่อันดับ 1 มาครองบนหน้าผลการค้นหาของ Google ยอดจำหน่ายของคุณจะสูงขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว และสิ่งสำคัญที่สุดคือความสม่ำเสมอ เพราะเป้าหมายของการทำ SEO ไม่ใช่เพียงแค่ทำให้เว็บไซต์ติดอันดับเท่านั้น แต่รวมถึงการบำรุงรักษาอันดับให้คงไว้ที่เดิมและไม่ทำให้ตกอันดับ ถ้าหากเราหยุดทำ SEO เมื่อไหร่ก็มีความเป็นไปได้ว่าเว็บไซต์ฝ่ายตรงข้ามของเราจะเข้ามาแทนที่
     
    แล้ว SEO ที่เราพูดถึงนี้คืออะไรกันแน่ มีกระบวนการการปฏิบัติงานยังไงบ้าง หากคุณอยากรู้ ทีม CSLSEO จะมาเล่าให้ฟัง
     
     
    ทำความรู้จัก Google Search เหตุผลที่หลายธุรกิจต้องการทำ SEO
     
    เมื่อเราอยากจะทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จ เรามีความจำเป็นจะต้องรู้เสียก่อนว่า Google Search มีการปฏิบัติงานยังไง ซึ่งเป็นเหมือนปัจจัยหลักของกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ในครั้งนี้
     
    หน้าที่หลักของ Google Search อย่าง Google คือการค้นหาข้อมูลที่มีอยู่มหาศาลบนโลกอินเทอร์เน็ตมาจัดเรียงลำดับความสอดคล้อง เพื่อทำให้ผู้ค้นหา (Searchers) เกิดความพอใจต่อการทำการค้นหามากที่สุด ส่วนมากแล้วคนที่จะเข้ามาใช้ Google Search นั้นมีเป้าประสงค์เพื่อต้องการหาคำตอบให้กับอะไรสักอย่าง โดยใช้เวลาในการค้นหาน้อยที่สุด จึงทำให้ความเร็วของผลการค้นหา, ความเกี่ยวข้องของเนื้อหา, ประสบการณ์การใช้งาน และความน่าไว้วางใจ เป็นปัจจัยที่สำคัญเพื่อตอบสนองต่อความอยากของยูสเซอร์
     
    แล้ว Google Search ใช้วิธีอะไรในการจัดเก็บข้อมูล และจัดเรียงลำดับเว็บ? เราสามารถแบ่งการปฏิบัติงานของ Google Search ได้เป็น 3 วิธีการด้วยกัน คือ
     
    1. Crawling (การเก็บข้อมูล): กระบวนการการทำการค้นหา ที่จะส่ง Bot (Crawler or Spider) ท่องไปตามหน้าเว็บต่างๆ เพื่อรวมข้อมูลตั้งแต่หน้าเว็บ, URLs, หัวข้อ, เนื้อหา, รูปภาพ , วิดีโอ และอื่นๆ จนทั่วเว็บไซต์ เมื่อสแกนเว็บไซต์หนึ่งจนเสร็จ ตัว Bot นี้จะค้นหาลิงค์ต่าง ๆ ในหน้าเว็บไซต์ที่เราได้ทำการเชื่อมต่อกับเว็บอื่นเอาไว้ และเข้าไปในเว็บไซต์นั้นเพื่อทำการสแกนต่อไปเรื่อย ๆ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ Google Search สามารถเก็บข้อมูลสดใหม่บนอินเตอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว
     
    2. Index ing (ทำดัชนี): ภายหลังทำการสแกนข้อมูลเว็บไซต์จนเสร็จสิ้น ระบบจะทำการ Index ing หรือการเก็บข้อมูลทั้งหมดไว้ในคลัง ซึ่งการ อินเด็กซ์ เปรียบเสมือนห้องสมุดที่รวบรวมเว็บไซต์ทั้งหมดไว้ในที่เดียว ทุกเว็บที่อยากได้แสดงอยู่บนผลการค้นหา มีความจำเป็นจะต้องผ่านระบบการ Index ing ของ Search Engine เสียก่อน
     
    3. Ranking (ค้นหาและจัดอันดับ): สุดท้ายเมื่อผู้ค้นหาเริ่มทำการค้นหาข้อมูล Search Engine จะทำการหาข้อมูลเว็บไซต์ที่มีความสัมพันธ์มากที่สุด จากคลัง อินเด็กซ์ แล้วนำมาแสดงผลให้ผู้ค้นหาเห็นในหน้าผลการค้นหา ซึ่งอันดับที่เราเห็นในหน้าผลการค้นหาตอนเรา Search เราเรียกกันว่าการ Ranking ซึ่งปัจจัยในการจัดอันดับของ Google ประกอบด้วยหลายอย่างด้วยกัน เช่น Keyword, URLs, ความน่าไว้วางใจและ อื่นๆ
     
     
    ความรู้ SEO ขั้นพื้นฐาน
    เริ่มสร้างเว็บไซต์ขึ้นหน้าแรก Google เพียง 4 ขั้นตอน
     
    1. ค้นหา Keyword ที่ใช่สำหรับธุรกิจคุณ
     
    เพื่อเชื่อมต่อการเข้าถึงระหว่างเว็บไซต์ และผู้ค้นหา เราจำเป็นจะต้องมี “Keyword” (คีย์เวิร์ด) เป็นเหมือน GPS นำทางผู้ค้นหามาเจอเว็บไซต์ของเรา หากเราสังเกตเมื่อเราใส่ คำ หรือวลี อะไรก็ตามลงในช่องการค้นหา เราจะเห็นหัวข้อที่มีคำเดียวกับการค้นหาของเราเสมอ
     
    ตัวอย่างจากในภาพ เมื่อเราลอง Search คำว่า “SEO คืออะไร” ซึ่งก็คือ Keyword ของเรา หน้าผลการค้นหาของเราจะแสดงคอนเทนต์ที่มีความเกี่ยวข้อง และเว็บที่มีโอกาสจะตอบสนองความอยากของเรามากที่สุด เว็บชั้นนำต่าง ๆ ที่แสดงอยู่หน้าแรกก็จะนำ Keyword (SEO คืออะไร) เข้าไปอยู่ในบทความ และหัวข้อ (กรอบสีเขียว) เพื่อทำให้ Google เข้าใจว่าคอนเทนต์ของเรามีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่คนกำลังทำการค้นหา
     
    ซึ่งหากจะพูดให้เข้าใจง่ายก็คือ Keyword เปรียบเสมือนความประสงค์ของผู้ค้นหานั่นเอง ส่วนคนทำ Content หรือแบรนด์อย่างเราก็ต้องทำให้เว็บของเราตอบสนองความอยาก โดยการใช้ Keyword ด้วยเหตุนี้หากต้องการทำให้เว็บติดอันดับหน้าแรกของ Google การทำการค้นหา Keyword ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
     
    การค้นหา Keyword เป็นเพียงขั้นตอนแรกของการทำ SEO เพื่อทำให้ผู้ใช้งานสามารถเจอเว็บของเราได้ง่ายขึ้นเท่านั้น จนทำให้เกิดเป็น Organic Traffic
     
     
    2. ปรับโครงสร้างเว็บไซต์ (Structure) เข้าใจง่ายทั้งผู้ใช้งานและ Search Engine
     
    ภายหลังเมื่อเราสามารถนำยูสเซอร์เข้ามาเว็บไซต์เราได้แล้ว เราต้องเชื่อมั่นว่าเว็บไซต์ของเรามีโครงสร้างที่ดีพอจะส่งเสริมให้ผู้ค้นหาสนใจ และอยู่ในหน้านั้นๆ ต่อเป็นระยะเวลานาน เพราะ Organic Traffic ที่เข้ามาจะกลายเป็น High Quality Traffic (คงอยู่เว็บเป็นระยะเวลานานจนสามารถเปลี่ยนเป็นยอดขาย) หรือ Poor Quality Traffic (เข้ามาและกดออกจนทำให้เกิด Bounce Rate หรือไม่เกิดยอดจำหน่าย) จะขึ้นอยู่กับความน่าใช้งานของเว็บเรา
     
    ทั้งนี้การออกแบบโครงสร้าง SEO เว็บที่ดีจะทำให้ Search Engine Bot ทำงานได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะส่งเสริมให้ระบบ Bot สามารถเข้าถึงและ อินเด็กซ์ ข้อมูลบนเว็บได้อย่างรวดเร็ว โครงสร้างของเว็บจะเป็นคล้ายผู้นำทัวร์ให้ Bot ของ Search Engine และ ผู้ค้นหาได้พบสิ่งที่อยากได้ได้อย่างสะดวก ส่งผลทำให้เกิด UX (User Experience) หรือประสบการณ์สำหรับใช้งานที่ดีต่อผู้ค้นหาเพิ่มมากขึ้น (UX เป็นปัจจัยหนึ่งที่สามารถทำให้ผู้ใช้งานอยู่เว็บเรานานขึ้นและช่วยในเรื่อง Ranking)
     
    หนึ่งแบบอย่างของการสร้างเว็บ SEO ที่ดีคือ การแบ่งหมวดหมู่และหัวข้อของคอนเทนต์ต่างๆ อย่างชัดเจนเพื่อความง่ายต่อการทำการค้นหา ซึ่งจากรูปภาพด้านบนจะสังเกตได้ว่าเว็บนี้ มีหัวข้อใหญ่อยู่ด้านซ้ายมือ และเมื่อเข้ามาจะเจอกับหัวข้อย่อยต่างๆ ทำให้การทำการค้นหาเนื้อหาที่อยากได้สำหรับผู้ค้นหาสามารถทำตามได้ง่าย ทั้งนี้หากเราสามารถใส่ Keyword เข้าไปในแต่ละหัวข้อได้ ก็จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลการทำ SEO ของเรา แต่ Keyword นั้นมีความจำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับเนื้อหาด้วย หากใส่ Keyword แล้วคำดูแปลก หรือดูคล้ายตั้งใจมากจนเกินไปจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี
     
    อีกทั้ง การสร้างเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยังมีวิธีที่หลากหลาย เช่น การเพิ่มความเร็วของเว็บ, การทำ Sitemap, การปรับ URLs เป็นต้น จำเอาไว้ว่าสิ่งสำคัญที่เราควรนึกถึงอยู่สม่ำเสมอเมื่อต้องการทำ SEO เว็บนั้นก็คือ ประสบการณ์ที่ดีของผู้ใช้งาน (User Experience)
     
     
    3.  On-Page Optimization
     
    การทำ On-Page Optimization คือการเพิ่มประสิทธิภาพ SEO ในหน้าเว็บเพจของเรา เพื่อมั่นใจว่าหน้าเว็บไซต์นั้น ๆ สามารถไต่อันดับหน้าผลการค้นหาให้อยู่เหนือฝ่ายตรงข้ามในตลาดได้ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ Tittle Tag, Heading, Alt-Text สำหรับรูปภาพ และ Meta Description เป็นต้น ซึ่งส่วนสำคัญของการทำ On-Page Optimization ให้สำเร็จนั้นคือ คุณภาพเนื้อหา และ Keyword เช่นการเขียนบล็อก และปรับบทความเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อ SEO อย่างสูงสุด
     
    เราสามารถเริ่มการทำ On-Page Optimization จากการปรับ Title Tag, Meta Description, Heading, Alt Text, URLs โดยการสอด Keyword เข้าไปในส่วนต่างๆ เป็นต้น
     
    - Title Tag: หัวข้อ Content ที่เราต้องการให้แสดงอยู่บนหน้าผลการค้นหาของ Google เราควรใช้เวลาในการคิดชื่อหัวข้อให้น่าสนใจ เพราะจะทำให้เกิดปริมาณคลิกเข้าเว็บมากที่สุด
     
    - Meta Description: คำชี้แจงสั้นๆ เพียง 140 ตัวอักษรที่ปรากฏอยู่บนหน้าผลการค้นหาของ Google เป็นคำบรรยายเพิ่มมากขึ้นจาก Title Tag ว่าหากผู้ค้นทำการคลิ๊กเข้ามาหน้าเว็บเขาจะเจอ Content แบบไหน Meta Description ควรเป็นเนื้อหาพูดถึงเหตุผลว่า ทำไมผู้ค้นหาควรจะเข้ามาเว็บของเรามากกว่าเว็บคู่แข่ง
     
    - Heading: หัวข้อต่างๆ บนหน้าโฮมเพจ ซึ่งแบ่งออกเป็น H1 - H6 ซึ่ง H1 แสดงถึงหัวข้อหลักของคอนเทนต์ เราควรมีหัวข้อหลักเพียงหนึ่งหัวข้อเท่านั้น เพื่อไม่ทำให้เกิดการสับสนของยูสเซอร์และ Google Search Bots ส่วน H2-H6 แสดงถึงหัวข้อย่อยตามลำดับ
     
    - Alt-Text: Keyword ที่เราสามารถแทรกสอดเข้าไปในรูปภาพ เพื่อเพิ่มความน่าจะเป็นการค้นหา Keyword จากรูปภาพ เคยสงสัยไหมว่าหน้าผลการค้นหาแบบรูปภาพของ Google นำข้อมูลอะไรมาดูว่าแต่ละภาพ มีความสัมพันธ์กับสิ่งที่เราค้นหา ผลลัพธ์ก็คือ Alt-Text หรือ Keyword ในรูปภาพนั่นเอง
     
    - URLs: เราสามารถปรับลิงค์ URLs บนเว็บให้มีความสอดคล้องกับคำค้นหาได้จากการแทรกสอด Keyword ลงไปในส่วนด้านหลังชื่อ Domain หลัก
     
     
    4. Off-Page Optimization
     
    ในทางตรงกันข้าม Off-Page Optimization คือการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล SEO นอกเว็บ ซึ่งหมายถึงการที่มี Link ของเราจากเว็บอื่น ๆ อ้างอิงถึงเรา หรือกล่าวถึงเรา เหมือนหน้าร้าน ที่มีลูกค้าพึงพอใจผลิตภัณฑ์ของเรา พวกเขาก็จะบอกต่อให้ผู้อื่นได้รับรู้และแนะนำให้เข้ามาที่ร้านของเรา การทำ Off-Page Optimization จะอยู่ในหลักการเดียวกัน ยิ่งมีเว็บข้างนอก Link เข้ามาหาเว็บไซต์ของเรามากเท่าไหร่ ความน่าเชื่อถือที่ Google มีต่อเว็บไซต์ของเราจะมากขึ้นเท่านั้น
     
    หัวใจหลักของการทำ Off-Page Optimization คือการสร้าง Link ที่มีประสิทธิผลเชื่อมโยงกลับมาหาเว็บไซต์ของเรา หรือที่เรากันว่า Backlink นั่นเอง
     
    การทำ Backlink ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือการเขียนคอนเทนต์ที่มีประโยชน์สำหรับยูสเซอร์มากจนเป็นที่กล่าวถึง และยูสเซอร์จะนำ Link ของเราไปอ้างอิงด้วยตนเอง ซึ่งวิธีนี้คือการทำ Backlink แบบธรรมชาติ แต่การจะทำให้ Content ของเราถูกบอกต่อในโลกที่มีเนื้อหาอย่างมากมายก่ายกองในอินเตอร์เนต เป็นเรื่องที่ยากมากๆ หากเราไม่เจ๋งจริง
     
    เพราะฉะนั้น เราสามารถเริ่มการสร้าง Backlink ได้จากการเขียน Content ลงบนเว็บบอร์ด หรือกระทู้ที่มีบทความสอดคล้องกับเว็บไซต์ของเราและสร้าง Link กลับมาหาเว็บ อีกทั้งวิธีหนึ่งที่เราคงจะคุ้นเคยกันดีคือ ช่องทาง Social Media ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Youtube, Twitter etc. แชร์เนื้อหาของเราผ่านหนทางเหล่านี้สามารถเพิ่ม Organic Traffic ได้เป็นอย่างดี
     
    http://thaidomain.online/
     



    Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14